เม้ามอยกับมามูมะ

6 วิธีแก้ดวงตกที่พิสูจน์แล้วว่ามันสามารถ “พลิกชีวิต” ได้จริง

6 วิธีแก้ดวงตก

ช่วงเวลานี้ หลายคนกำลังเผชิญกับสภาวะที่ผมเรียกว่า “ใจตก” พลังชีวิตมันหดหาย ความกังวลรุมเร้า ไม่ว่าจะเรื่องการงานที่หนักหน่วง การเงินที่ฝืดเคือง หรือข่าวสารรอบตัวที่บั่นทอนกำลังใจ จนบางครั้งเราเผลอถามตัวเองว่า “ชีวิตเราจะไปต่ออย่างไร” หรือ “นี่เรากำลังตายทั้งเป็นอยู่หรือเปล่า”

ในฐานะที่ผมได้ให้คำปรึกษาและมองเห็นลิขิตชีวิตของผู้คนมานับไม่ถ้วน ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดีครับ หลายคนแสวงหาพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ ใช้เงินทองมากมายเพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงดวงชะตา แต่กลับลืมไปว่า “รากฐาน” ที่สำคัญที่สุด อยู่ใกล้ตัวเรานิดเดียว นั่นคือ “พลังใจ” ของเราเอง

วันนี้ ผมจึงได้คัดกรองและนำ 6 วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่ามันสามารถ “พลิกชีวิต” ได้จริง เป็นวิธีที่บางอย่างไม่ใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว และบางอย่างก็ใช้เพียงเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมหาศาลเกินกว่าจะประเมินค่าได้

ขอให้ทุกท่านตั้งใจฟังให้ดี เลือกสักหนึ่งหรือสองข้อที่รู้สึกว่าถูกจริตกับท่าน แล้วนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ผมรับรองว่าท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างแน่นอนครับ

ข้อที่ 1: สวดมนต์ ถือศีล อธิษฐาน ณ เวลาเดิมทุกวัน

นี่คือ “เสาหลัก” ของการสร้างพลังชีวิตครับ การทำในเวลาเดิมทุกวัน ไม่ใช่แค่เรื่องของความขลัง แต่เป็นเรื่องของ “การสร้างวินัยให้แก่จิตวิญญาณ” เมื่อเรามีวินัยทางจิต พลังจิตของเราจะแข็งแกร่งและมีอำนาจดึงดูดสูง

วิธีปฏิบัติที่ผมอยากจะขยายความ:
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงที่จิตสงบ เช่น หลังอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จในตอนกลางคืน หรือช่วงเช้ามืดที่บรรยากาศยังเงียบสงบ ให้ท่านหาที่สงบๆ ในบ้าน จุดเทียนสักเล่ม หรือเปิดไฟสีนวลตา เพื่อสร้างบรรยากาศให้จิตรวมเป็นสมาธิได้ง่ายขึ้น

เริ่มต้นด้วยการบูชาพระรัตนตรัย เพื่อแสดงความเคารพต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จากนั้น “สมาทานศีล 5” ข้อนี้สำคัญมากครับ ศีลเปรียบเสมือนภาชนะที่ไร้รอยรั่ว คอยรองรับบุญกุศลที่เราจะสร้างต่อไป ถ้าภาชนะรั่ว เติมบุญเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม

จากนั้น ให้เลือกบทสวดที่ท่าน “อิน” ที่สุด สวดแล้วรู้สึกถึงพลัง ไม่ว่าจะเป็นบทมหาจักรพรรดิ ที่เป็นการอัญเชิญบารมีพระพุทธเจ้าทุกพระองค์มาคุ้มครอง, คาถาเงินล้านของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่เป็นการจูนคลื่นพลังงานของเราเข้ากับความมั่งคั่ง หรือบทสวดใดก็ตามที่ท่านศรัทธา

ตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ:
ลองนึกภาพตามนะครับ จิตของเราเหมือนสถานีวิทยุ การสวดมนต์ในเวลาเดิมทุกวัน ก็เหมือนการที่เราจูนคลื่นไปที่สถานี “ความสำเร็จและความสุข” ซ้ำๆ ทุกวัน จนคลื่นของเรานิ่งและชัดเจน จักรวาลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะส่งสัญญาณดีๆ กลับมาให้เราได้ง่ายขึ้น ลูกศิษย์ของผมท่านหนึ่งจากที่การค้าติดขัดมาตลอด พอเริ่มสวดคาถาเงินล้านเวลาเดิมทุกคืนไม่ขาดเพียง 1 เดือน กลับได้รับออเดอร์ใหญ่จากลูกค้าที่ไม่เคยติดต่อกันมาก่อน นี่คือผลของการสร้างวินัยทางพลังงานครับ

ข้อที่ 2: ทำสมาธิ แผ่เมตตา ส่งพลังบุญออกไป

หลังจากการ “เติมพลัง” ด้วยการสวดมนต์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการ “กระจายพลัง” ครับ เหมือนเราชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มแล้ว ก็ต้องนำพลังงานนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์

วิธีปฏิบัติที่ลึกซึ้งขึ้น:
หลังจากสวดมนต์เสร็จ ให้นั่งในท่าที่สบายๆ หายใจเข้าลึกๆ นึกว่า “พุท” หายใจออกยาวๆ นึกว่า “โธ” ทำเพียง 5-10 นาที เพื่อให้จิตสงบนิ่งจากความคิดฟุ้งซ่าน

หัวใจสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ คือ “การแผ่เมตตา” ให้เริ่มต้นที่ตัวเองก่อนเสมอ ท่องในใจว่า “อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ตัวข้าพเจ้ามีความสุข ปราศจากความทุกข์” ทำไมต้องเริ่มที่ตัวเอง? เพราะเราจะให้ความรักแก่คนอื่นไม่ได้เลย หากในใจเรายังขาดแคลนความรักให้ตัวเอง เมื่อรู้สึกว่าใจเราชุ่มชื่นแล้ว…

ค่อยๆ แผ่ความรู้สึกดีๆ นั้นออกไปเป็นวงกว้างเหมือนคลื่นน้ำ:

วงแรก: พ่อแม่ คนในครอบครัว คนรัก

วงที่สอง: เพื่อนสนิท มิตรสหาย ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ

วงที่สาม: เพื่อนร่วมโลก สรรพสัตว์ทั้งหลาย

และวงที่สำคัญที่สุด: "ศัตรู" หรือคนที่เราไม่ชอบหน้า การแผ่เมตตาให้เขา ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อ "ปลดโซ่ตรวน" ในใจเราเอง ความโกรธเกลียดเปรียบเหมือนถ่านไฟร้อนๆ ที่เรากำไว้ในมือ คนที่เจ็บคือตัวเราเอง เมื่อเราวางมันลง ใจเราจะเบาและมีพื้นที่สำหรับสิ่งดีๆ เข้ามาแทนที่

ผลลัพธ์คือ ใจที่เคยว้าวุ่นจะสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ อาการนอนไม่หลับจะดีขึ้น จิตที่นิ่งสงบนี้เอง ที่จะทำให้เรามองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น และตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตได้อย่างเฉียบคมขึ้น

ข้อที่ 3: สร้าง “กระปุกบุญ” ธนาคารพลังงานบวก

ข้อนี้เป็นการเปลี่ยน “เงิน” จำนวนเล็กน้อย ให้กลายเป็น “พลังงานแห่งความตั้งใจดี” ที่ยิ่งใหญ่ครับ อย่าดูถูกเงินหนึ่งบาทนะครับ เมื่อมันประกอบด้วยเจตนาที่ดีซ้ำๆ ทุกวัน มันจะมีพลังงานมหาศาล

วิธีการประยุกต์ใช้:
หาภาชนะที่สวยงาม ที่คุณเห็นแล้วรู้สึกดี อาจจะเป็นพานเล็กๆ โถแก้วใส หรือกล่องไม้สวยๆ ตั้งไว้บนหิ้งพระหรือโต๊ะทำงานที่คุณเห็นได้บ่อยๆ ให้เรียกมันว่า “ภาชนะแห่งบุญ”

ทุกคืนหลังสวดมนต์ หรือทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน ให้หยอดเงินลงไป อาจจะบาทเดียว ห้าบาท สิบบาท หรือตามกำลัง พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานสั้นๆ ว่า “เงินจำนวนนี้ ข้าพเจ้าขอตั้งใจสะสมไว้เพื่อต่อยอดบุญกุศล”

เคล็ดลับเพิ่มเติม:
ท่านอาจจะหยอดตามกำลังวันเกิด หรือหยอดเป็นเลขมงคล เช่น 19 บาท ซึ่งเป็นกำลังของดาวพฤหัสบดี ดาวแห่งสติปัญญาและความสำเร็จ หรือ 15 บาท กำลังของดาวจันทร์ ที่เสริมเสน่ห์เมตตา เมื่อครบเดือน ให้นำเงินก้อนนั้นไปทำบุญที่ท่านตั้งใจ เช่น บริจาคให้โรงพยาบาลสงฆ์ ซื้ออาหารให้สัตว์จรจัด หรือแม้แต่ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ให้บุพการี สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การทำบุญ แต่เป็นการฝึกจิตให้เป็น “ผู้ให้” อยู่เสมอ เมื่อเราเป็นผู้ให้ Вселенная หรือจักรวาลก็จะตอบแทนเราในฐานะผู้ให้นั่นเองครับ

ข้อที่ 4: ถวายน้ำและดอกไม้ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์

ในทางฮวงจุ้ย “น้ำ” คือสัญลักษณ์ของ “โชคลาภ” และ “การไหลเวียนของเงินทอง” ส่วน “ดอกไม้สด” คือสัญลักษณ์ของ “ความเจริญงอกงาม” และ “ชีวิตชีวา” การถวายสิ่งเหล่านี้บนหิ้งพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน จึงเป็นการเปิดรับพลังงานแห่งความอุดมสมบูรณ์โดยตรง

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง:
ทุกเช้า ให้เปลี่ยนน้ำสะอาดในแก้วที่ถวายพระ อย่าปล่อยให้น้ำแห้งหรือพร่องเด็ดขาด ขณะที่เติมน้ำ ให้บอกในใจว่า “ข้าพเจ้าขอถวายน้ำอันบริสุทธิ์นี้แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้าและครอบครัว มีแต่ความสะอาดบริสุทธิ์ มีโชคลาภไหลเวียนเข้ามาไม่ขาดสายดุจสายน้ำนี้”

สำหรับดอกไม้ หากไม่สะดวกเปลี่ยนทุกวัน ให้เปลี่ยนทุกวันพระก็ได้ครับ เลือกดอกไม้สดที่มีกลิ่นหอม สีสันสดใส เมื่อถวายแล้วให้รู้สึกปีติยินดี การทำเช่นนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนพลังงานในบ้านให้สดชื่นขึ้น บรรยากาศที่เคยหม่นหมองจะสว่างไสวขึ้น และใจของเราก็จะอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาดใจครับ

ข้อที่ 5: ทำบุญด้วยแรงกายและแรงใจ โดยไม่ใช้เงิน

บุญที่ทรงพลังที่สุดบางครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียวครับ เพราะมันเกิดจาก “ความตั้งใจ” และ “การสละเวลาและแรงกาย” ซึ่งเป็นสิ่งที่ล้ำค่า

ตัวอย่างบุญที่ไม่ต้องใช้เงิน แต่ได้อานิสงส์สูง:

การให้แรงงาน: ไปช่วยล้างห้องน้ำวัด กวาดลานวัด จัดเก้าอี้ในโรงทาน หรือถ้าคุณมีความสามารถเฉพาะทาง เช่น ทำกราฟิกเป็น ก็อาจจะอาสาออกแบบป้ายประชาสัมพันธ์งานบุญให้วัด หรือช่วยพิมพ์เอกสารต่างๆ

การให้วิทยาทาน: การให้ความรู้ ให้คำแนะนำที่ดีแก่ผู้อื่นที่กำลังเดือดร้อน การสอนหนังสือเด็กด้อยโอกาส หรือแม้แต่การแชร์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในโซเชียลมีเดีย ก็ถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่

การให้อภัยทาน: ซึ่งเป็นทานที่ทำได้ยากที่สุด แต่ได้บุญสูงที่สุด คือการให้อภัยคนที่เราโกรธเกลียด ปลดปล่อยเขาออกจากใจเรา

การให้กำลังใจ: เพียงแค่คุณพูดให้กำลังใจคนที่กำลังท้อแท้ ด้วยความจริงใจ คำพูดของคุณอาจจะช่วยต่อชีวิตและต่อลมหายใจให้เขาสู้ต่อไปได้ นี่คือบุญที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกวันครับ

การทำบุญด้วยแรงกายและแรงใจ จะทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และตระหนักว่าเราสามารถสร้างประโยชน์ให้โลกใบนี้ได้เสมอ

ข้อที่ 6: เขียน “บุญที่อยากทำ” และจินตนาการให้ชัดเจน

นี่คือเคล็ดลับของกฎแห่งแรงดึงดูดที่ทรงพลังมากครับ จิตของเรามีอำนาจในการสร้างสรรค์ความเป็นจริง การ “เขียน” คือการทำให้ความคิดที่เป็นนามธรรม กลายเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ส่วนการ “จินตนาการ” คือการส่ง “พิมพ์เขียว” ที่ชัดเจนไปยังจักรวาล

วิธีปฏิบัติเพื่อผลลัพธ์สูงสุด:
หาสมุดสวยๆ สักเล่มหนึ่ง ที่คุณรู้สึกพิเศษกับมัน ตั้งชื่อว่า “สมุดบันทึกบุญ” หรือ “Dream Book” ก็ได้ เขียนสิ่งที่คุณอยากจะทำ ไม่ว่าจะเป็นบุญเล็กหรือบุญใหญ่ก็ตาม เช่น “ข้าพเจ้าอยากมีส่วนร่วมสร้างพระประธาน” “ข้าพเจ้าอยากพาพ่อแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ” “ข้าพเจ้าอยากมีเงินพอที่จะซื้อที่ดินถวายวัด”

เขียนให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้น ทุกคืนก่อนนอน ให้อ่านสิ่งที่คุณเขียน แล้วหลับตาลง จินตนาการว่าคุณได้ทำสิ่งนั้นสำเร็จแล้วจริงๆ… ให้รู้สึกถึงความสุข ความปีติ ความอิ่มเอมใจในตอนนั้นให้ชัดเจนที่สุด

พลังแห่งการตั้งจิตที่ชัดเจนและแรงกล้า จะไปจัดเรียงพลังงานและดึงดูดโอกาส ผู้คน หรือสถานการณ์ ให้เข้ามาสนับสนุนคุณ จนสิ่งที่คุณเขียนไว้เป็นจริงขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ครับ ผมเองก็เคยใช้วิธีนี้มาแล้วในสมัยที่ยังไม่ได้มีพร้อมอย่างทุกวันนี้ และผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นจริงเสมอ

ทั้ง 6 วิธีที่ผมได้มอบให้ในวันนี้ คือแก่นแท้ของการสร้างพลังชีวิตจากภายในสู่ภายนอก มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อท่านทำมันซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ มันจะกลายเป็น “พลังทวีคูณ” ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านได้อย่างแท้จริง

ผมขอท้าให้ท่านลองครับ… ลองเลือกวิธีที่ท่านชอบที่สุดสัก 1 หรือ 2 วิธี แล้วให้สัญญากับตัวเองว่าจะทำอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 21 วัน แล้วคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของท่าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกภายใน การงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

และเมื่อชีวิตของท่านดีขึ้นแล้ว อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวของท่านในคอมเมนต์ เพื่อเป็นกำลังใจและเป็นสะพานบุญให้แก่ผู้อื่น และโปรดส่งต่อคลิปนี้ให้กับคนที่ท่านรัก เพราะการให้ธรรมะและแสงสว่างทางใจ ถือเป็นบุญกุศลอันสูงสุดครับ

สำหรับท่านที่ไม่อยากพลาดเคล็ดลับดีๆ ในการพลิกชีวิตและปรับฮวงจุ้ยเพื่อความสำเร็จในครั้งต่อไป อย่าลืม กดติดตามช่องของเรา และกดปุ่มกระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะครับ ในคลิปหน้า ผมจะมาเจาะลึกในหัวข้อ “ฮวงจุ้ยกระเป๋าสตางค์ จัดอย่างไรให้เรียกทรัพย์” รับรองว่าเข้มข้นแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ทุกท่านที่ได้ฟังและนำไปปฏิบัติ จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีพลังใจที่เข้มแข็ง และพบเจอแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิตทุกประการนะครับ

สวัสดีครับ

You may also like

ทดสอบ lemon8
เม้ามอยกับมามูมะ

เมื่อลองลงบทความวันพระ กับ บทความเลขเด็ดจากเชงเม้งเดย์

เมื่อมามูมะบุก lemon8 และทดลองลงโพสต์ใกล้ๆกัน โดยบทความแรกจะเกี่ยวกับวันพระ ทำไมต้องมีวันพระ รวมไปถึง การเล่าเรื่องต่างๆ จนมาจบลงที่ คำทำนายในวันนี้ว่า วันพระวันนี้จะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้างรวมถึงให้เสี่ยงดวงว่าทำบุญอะไรดีในวันนี้ และ บทความที่สองจะเกี่ยวกับตัวเลขเด็ด เลขจากประทัดที่มามูมะได้เลขมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ในเพจมามูมะครับ และที่แอปบทมือถืออย่าง lemon8 รูปฝั่งซ้ายจะเป็นตัวเลข 2800+ ยอดคนดู สำหรับบทความที่สอง
ความเชื่อและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับการตัดผมในวัฒนธรรมไทย
เม้ามอยกับมามูมะ

วันดี วันร้าย ความเชื่อและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับการตัดผมในวัฒนธรรมไทย

การตัดผมถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องตัดอยู่เป็นประจำแต่ในวัฒนธรรมไทยกลับมองว่าเป็นพิธีกรรมทางจิตวิญญาณที่สำคัญ เนื่องมาจากความเชื่อและขนบธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เริ่มตั้งแต่การเลือกวันและเวลาในการตัดผม การเลือกใช้เครื่องมือตัดผม ตลอดจนวิธีการจัดการกับเส้นผมที่ตัดออกมา ซึ่งล้วนมีจุดประสงค์เพื่อนำโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตนและครอบครัว โดยในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักประเพณีและความเชื่อเกี่ยวกับการตัดผมแบบไทยๆ ที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต ซึ่งจะทำให้คุณได้ซาบซึ้งถึงรากเหง้าและสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของคนไทย เพื่อให้ไม่เสียเวลาของคนอ่านมากนัก เรามาดูกันว่า จะมีวันดี วันร้าย ตรงตามที่คุณรู้มาบ้างไหม ลองอ่านกันดูครับผม ในสมัยก่อนชาวบ้านจะเชื่อว่า การตัดผมในวันและเวลาหนึ่งๆ